เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นูโรเทรค มายโอพลัส 4โปร

NeuroTrac Myoplus 4 Pro 

วัตถุประสงค์การใช้งาน

เพื่อใช้ในการฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อชะลอการฝ่อลีบ เรียนรู้การทำงานของกล้ามเนื้อใหม่และเพื่อให้กล้ามเนื้อใช้งานได้ตามปกติมากที่สุด โดยให้ข้อมูลแบบป้อนกลับแก่ผู้ป่วย


คุณลักษณะทั่วไป

  • ใช้งานร่วมกับถ่ายไฟฉายขนาด AA กำลังไฟ 1.5 V จำนวน 4 ก้อน
  • ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก (ยาว 160 มม., กว้าง 95 มม., สูง 30 มม.) น้ำหนักเบา (160 กรัม) สะดวกในการพกพาไปใช้ในหอผู้ป่วย
  • เครื่องมือได้รับมาตารฐานสากล EN60601-1-2

 

  1. เครื่องสามารถเชื่อมต่ออิเล็กโทรดได้ 4 ช่องสัญญาณ โดยแบ่งเป็นดังนี้
    1. ช่องสัญญาณที่ 1 และ 2 ใช้สำหรับทำ ETS, EMG และ การกระตุ้นไฟฟ้า (Stimulation)
    2. ช่องสัญญาณที่ 3 และ 4 ใช้สำหรับการกระตุ้นไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
  2. เครื่องสามารถวัดค่า EMG ได้ดังนี้
    1. ค่า EMG ได้ตั้งแต่ 0.2 ถึง 2000 µV
    2. Work periods: 2-99 วินาที
    3. Rest periods: 2-99 วินาที
  3. เครื่องสามารถกระตุ้นไฟฟ้า (STIM) ได้ดังนี้
    1. สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 0-90 mA
    2. สามารถตั้งความถี่ (Frequency) ในการกระตุ้นได้ตั้งแต่ 2-100 Hz
    3. สามารถตั้งช่วงกระตุ้นได้ตั้งแต่ 50-450 µS
    4. สามารถตั้งเวลาในการกระตุ้นได้ตั้งแต่ 1-99 นาที
  4. มีโปรแกรมสำเร็จรูปในการรักษา (Preset programs) จำนวน 3 โหมด ประกอบด้วย
    1. Pelvic floor จำนวน 19 โปรแกรม
    2. Sports จำนวน 21 โปรแกรม
    3. Rehab จำนวน 9 โปรแกรม
  5. มีโปรแกรมแบบกำหนดเองจำนวน (Custom programs) จำนวน 3 โหมด ประกอบด้วย
    1. TENS สำหรับลดปวด (Pain relief) สามารถบันทึกได้ 10 โปรแกรม 
    2. NMES สำหรับกระตุ้นกล้ามเนื้อ (Muscle Stimulation) สามารถบันทึกได้ 10 โปรแกรม
    3. FES สำหรับฝึกการทำงานของกล้ามเนื้อร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้า (Functional electro-stimulation) สามารถบันทึกได้ 10 โปรแกรม
  6. มีโหมดการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography : EMG) ประกอบด้วย 4 โหมด
    1. Open display ใช้สำหรับการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว
    2. Work / Rest ใช้สำหรับการตรวจหาค่าเฉลี่ยคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ จากการทำงานและการหยุดการทำงานซ้ำๆของกล้ามเนื้อ
    3. Templates เป็นโปรแกรมการฝึกการทำงานกล้ามตามรูปแบบที่กำหนดให้
    4. Games มีรูปแบบเกมส์ที่ใช้ในการฝึกทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้
      1. Bunny
      2. Plane
      3. Rose (Work/Rest)
      4. Rose (Relaxation)
  7. มีโหมดการกระตุ้นแบบ ETS (EMG triggered stimulation) สามารถเลือกโหมดในการฝึกได้ทั้งหมด 4 โหมด ดังนี้
    1. Classic
    2. nETS
    3. iETS
    4. uETS
  8. มีหน้าจอระบบสัมผัส (touch screen) พร้อมปุ่มกดใช้สำหรับตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ
  9. สามารถปรับความสว่างของหน้าจอได้ (Brightness)

“อ่านคําเตือนในฉลาก และเอกสารกํากับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้”

คำเตือน
  • ใช้โดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  • ควรทำการรักษาขณะที่มีแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอยู่ด้วยเท่านั้น
  • แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดควรอยู่ด้วยตลอดเวลาที่ให้การรักษาและดูแลการรักษาอย่างใกล้ชิด
  • ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ตามลำพังขณะรักษา
  • ใช้สายรัดดึงปลดล็อกง่ายเพื่อจะได้ถอดออกจากตัวผู้ป่วยได้โดยง่ายในกรณีที่ไฟดับ
  • อาจทำให้เกิดอาการช็อคหรือหมดสติจากการทำงานผิดปกติของเครื่อง หรืออาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของร่างกายจากการรั่วของกระแสไฟฟ้า
  • ตรวจสอบการทำงานของสวิตซ์หยุดฉุกเฉินให้ทำงานได้ตลอดเวลา
ข้อควรระวัง
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถทนอยู่ในท่านอนคว่ำหรือนอนหงายได้นาน ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจไม่เหมาะต่อการรักษาด้วยเครื่องดึง
  • อาจทำให้เกิดอาการปวด กรณีที่เกิดแรงดึงมากเกินไปหรือระยะเวลาดึงนานเกินไป
  • กรณีมีฟันปลอม เครื่องช่วยฟัง แว่นตา ให้ถอดออกก่อนทำการรักษา
  • ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะโรคข้ออักเสบรูห์มาตอยด์
  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
ข้อห้ามใช้
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านโครงสร้างเนื่องจากมีเนื้องอก หรือมีการติดเชื้อ (เช่น Osteomyelitis, มีการผุกร่อนของกระดูกสันหลัง และข้อกระดูกสันหลังอักเสบ)
  • ผู้ป่วยที่มีความไม่คงที่ของข้อ มีการเคลื่อนไหวมากผิดปกติ หรือมีกระดูกสันหลังหัก ภาวะข้อกระดูกสันหลังไม่มั่นคง (Instability of spine)
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์
  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างรุนแรง มีปัญหาในหลอดเลือด มีภาวะหลอดเลือดแดงโป่งพอง หรือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
  • ผู้ป่วยที่ห้ามเคลื่อนไหว
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะเคล็ดขัดยอก ข้อแพลง หรือมีการอักเสบที่อาจเกิดอาการหนักขึ้นได้จากการดึง
  • หยุดการดึงหากผู้ป่วยมีอาการปวดร้าวไปตามแขนหรือขามากขึ้น
  • การดึงเอวในผู้ป่วยที่เป็นไส้เลื่อนกระบังลมหรือไส้เลื่อนผนังหน้าท้อง
  • การบาดเจ็บระยะเฉียบพลันในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการดึง
  • บริเวณที่มีแผลบาดเจ็บ หรือแผลเปิด
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง หรือเนื้องอกของกระดูก หรือเนื้อเยื่อบริเวณที่ดึง
  • ภาวะการติดเชื้อของกระดูกสันหลัง เช่น วัณโรค
  • ภาวะประสาทไขกระดูกสันหลังถูกกดทับ หรืออัมพาตท่อนล่าง
  • ภาวะเป็นริดสีดวงทวารขึ้นรุนแรง ภาวะไส้เลื่อน หญิงมีครรภ์ (เฉพาะการดึงหลัง)
  • ภาวะเส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง
  • ภาวะความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • ภาวะกระดูกพรุนขั้นรุนแรง ภาวะกระดูกพรุน Ankylosis spondylitis
  • ภาวะโรคข้ออักเสบรูห์มาตอยด์
  • ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด