60% stance phase – 40% swing may not always be “normal”?

เมษายน 24, 2025
Stance -Phase-1

Stance phase
ประมาณ 60% ของวงจรการเดินจะอยู่ในช่วงที่เท้าสัมผัสกับพื้น

Stance Phase 2 Prapatsorn Medical เครื่องมือกายภาพบำบัด และตรวจสมรรถภาพปอด

Swing phase
ประมาณ 40% ของวงจรการเดินจะอยู่ในช่วงที่เท้าสัมผัสกับพื้น

การเข้าใจค่าพารามิเตอร์ด้านเวลา (temporal parameters) ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการวิเคราะห์รูปแบบการเดินและตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

แต่คำถามคือ… ค่าพารามิเตอร์เหล่านี้สะท้อนถึง “การเดินที่สมบูรณ์แบบ” เสมอไปหรือเปล่า? มาหาคำตอบกันเถอะ.

จากภาพนี้ ขาข้างไหนที่คุณคิดว่าเป็นขาที่ 'ปกติ'?

gait-cycle-Stance -Phase-3
  • ในทฤษฎีแล้ว ดูเหมือนว่าขาข้างซ้ายจะดู “ปกติ” ในขณะที่ขาข้างขวาแสดงถึงความผิดปกติ
  • อย่างไรก็ตาม ในช่วง 60% ของ stance phase การรับน้ำหนักด้วยขาเดียวกลับมีเพียง 23% (แทนที่จะเป็น 40%!)
gait-cycle-Stance -Phase-4

ในบุคคลนี้ ขาซ้ายเป็นขาเทียม ส่วน ขาขวาเป็นขาปกติ นี่จึงเป็นสาเหตุของความไม่สมดุลที่เห็นในการเดิน

prosthetic-limb

สิ่งที่น่าเก็บไปคิด! ระหว่าง Stance phase และ Swing phase

การประเมินรูปแบบการเดินไม่ควรหยุดแค่การดูว่าใช้เวลาในช่วงยืนหรือช่วงแกว่งกี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ต้องเข้าใจด้วยว่าร่างกายลงน้ำหนักบนขาข้างเดียวหรือสองข้างนานแค่ไหน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์ความมั่นคงและประสิทธิภาพของการเดินอย่างแท้จริง

REFERENCES แปลจากเว็บ AUPTIMO

Related Posts

งานประชุมวิชาการ สมาคมการกลืนไทย Advanced Perspectives in Neurological Dysphagia: Navigating Stroke, Parkinson’s, and Dementia

สิงหาคม 11, 2026
ภาพบรรยากาศงานประชุมวิชาการ สมาคมการกลืนไทย Advanced Perspectives in Neurological Dysphagia: Navigating Stroke, Parkinson’s, and Dementia ที่โรงแรม

เรื่องราวการแปลและตรวจสอบความตรงของแบบประเมินการนอนหลับในเด็ก (SDSC)

สิงหาคม 3, 2026
บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากงานวิจัยของ Ferreira และคณะ (2009) จากมหาวิทยาลัย Federal University of Sao Paulo ประเทศบราซิล ซึ่งดำเนินการแปล ปรับใช้เชิงวัฒนธรรม และตรวจสอบความตรงของแบบประเมิน Sleep Disturbance Scale for Children (SDSC) ซึ่งเป็นแบบประเมินการนอนหลับในเด็กที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก

กระตุ้นสมองด้วยแม่เหล็ก คืนการนอนหลับให้เด็กออทิสติก: บทเรียนจากงานวิจัย TMS และโครงสร้างการนอน

สิงหาคม 3, 2026
บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากงานวิจัยทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม (randomized sham-controlled trial) ในวารสาร Frontiers in Psychiatry (2024) ซึ่งศึกษาผลของการกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านกะโหลกศีรษะ (TMS) ความถี่ต่ำ 0.5 Hz ที่ตำแหน่งเปลือกสมองส่วนหน้าด้านข้างทั้งสองข้าง (bilateral dorsolateral prefrontal cortex) ต่อโครงสร้างและคุณภาพการนอนหลับในเด็กออทิสติกอายุ 8-15 ปี จำนวน 60 คน