FOT

tremoflo® C-100 – Airwave Oscillometry System

วัตถุประสงค์การใช้งาน

tremoflo C-100 Airwave Oscillometry System (AOS) เป็นเครื่องมือแพทย์แบบพกพา ออกแบบมาเพื่อตรวจติดตามการทำงานของปอด (lung function) และประเมินโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหืด (asthma) และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ในผู้ป่วยทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เครื่องจะประมวลผลค่าความต้านทานทางเดินหายใจ (airway resistance) ค่ารีแอกแตนซ์ (reactance) และค่าพารามิเตอร์การทำงานของปอดอื่น ๆ เพื่อช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรค เลือกแนวทางการรักษา และประเมินประสิทธิผลของการรักษา

หลักการทำงานอาศัยเทคนิค Forced Oscillation Technique (FOT) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่รุกล้ำร่างกาย (non-invasive) โดยส่งคลื่นความถี่หลายระดับซ้อนทับไปกับจังหวะการหายใจปกติของผู้ป่วย (tidal breathing) โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยออกแรงหายใจแบบพิเศษ

เครื่องช่วยตรวจพบความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนปลาย (peripheral/small airways) ได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งเป็นบริเวณที่การตรวจสไปโรเมทรีแบบมาตรฐานอาจตรวจไม่พบ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการวินิจฉัยโรคหืดและ COPD ในระยะเริ่มต้น

คุณลักษณะทั่วไป

  • ไม่ต้องใช้เทคนิคการหายใจแบบเฉพาะ เพียงหายใจตามปกติ (tidal breathing) ก็สามารถตรวจได้
  • ใช้งานง่ายและรวดเร็ว ใช้เวลาวัดเพียงครั้งละ 20 วินาที
  • รองรับการทดสอบ Reversibility และ Bronchial Provocation Testing
  • เหมาะสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและเด็ก (geriatric and pediatric use)
  • ระบบคาลิเบรทแบบกึ่งอัตโนมัติ ใช้เวลาน้อยกว่า 30 วินาที
  • ตัวเครื่องกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • ใช้เทคโนโลยี Breathe-through Vibrating Mesh ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจดสิทธิบัตรเฉพาะของแบรนด์
  • ช่วยตรวจพบความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนปลาย (small/peripheral airways) ได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งอาจตรวจไม่พบได้ด้วยการตรวจสไปโรเมทรีเพียงอย่างเดียว
  • เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ LFX ของ GANSHORN เพื่อรวมผลตรวจร่วมกับเครื่องสไปโรมิเตอร์ SpiroScout (ultrasound spirometry) ในรายงานฉบับเดียว และส่งออกข้อมูลผ่านมาตรฐาน GDT หรือ HL7
  • ไม่ต้องอาศัยการโค้ชผู้ป่วยหรือการออกแรงของผู้ป่วยเพื่อให้ได้ผลตรวจที่สำเร็จ ต่างจากสไปโรเมทรีที่ต้องอาศัยความร่วมมือและแรงหายใจออกเต็มที่

 

 คุณลักษณะเฉพาะ

  1. เป็นอุปกรณ์แบบพกพาที่ใช้ Oscillator Technology: Breathe – Through Vibrating Mesh (Patented)
  2. สามารถทำ Bronchodilator Test ได้
  3. สามารถแสดงผลการตรวจผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และสามารถพิมพ์ผลการตรวจผ่านเครื่อง
    พิมพ์
  4. สามารถวัดอัตราการไหลของอากาศ (Flow- Normal range) ได้ ± 2.5 L/s โดยมี Resolution: 0.0014 L/s และมี Total Pathway Resistance: 1.0 ± 5% cmH2O.s/L 
  5. มีค่าความต้านทานที่ความถี่ต่ำสุด (Resistance at the lowest frequency) อยู่ที่ 5 หรือ 7 Hz และ มีค่าความต้านทานที่ความถี่กลาง (Resistance at a mid – range frequency) อยู่ที่ 19 หรือ 20 Hz
  6. มีโปรแกรมติดตามการทำงานของปอดและประเมิณโรคระบบทางเดินหายใจ
  7. มีค่าปฏิกริยาตอบสนองที่ความถี่ต่ำสุด (Reactance at the lowest frequency) อยู่ที่ 5 หรือ 7 Hz 
  8. สามารถแสดงค่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการตรวจค่าความต้านทานได้ดังต่อไปนี้
    1. R5, R7 : Low frequency Resistance
    2. X5, X7 : Low – frequency Reactance
    3. fres : Resonant Frequency
    4. AX5 : Reactance Area
    5. Vt : Tidal Volume
    6. RR : Respiratory Rate
คุณสมบัติทางเทคนิค

 

หลักการตรวจวัด

Oscillometry (Forced Oscillation Technique, FOT)

เทคโนโลยีตัวกำเนิดคลื่น

Breathe-through Vibrating Mesh (เทคโนโลยีจดสิทธิบัตร)

โหมดการตรวจวัด

AOS – Pseudo-random noise

ระยะเวลาตรวจวัด

20 วินาทีต่อครั้ง (ปรับได้), ทำซ้ำ 3 ครั้งตามแนวทางมาตรฐาน

อุปกรณ์สัมผัสผู้ป่วย

ฟิลเตอร์กรองเชื้อแบคทีเรีย/ไวรัส พร้อมเมาท์พีซในตัว (แบบใช้ครั้งเดียว)

ขนาดและน้ำหนัก (ตัวเครื่องมือถือ)

7.5 x 5.1 x 5.5 นิ้ว น้ำหนัก 1.5 ปอนด์

ขนาดและน้ำหนัก (พร้อมแท่นวาง/cradle)

8.3 x 5.5 x 9.4 นิ้ว น้ำหนัก 3.7 ปอนด์

มาตรฐานประสิทธิภาพ

เป็นไปตามและเกินมาตรฐานที่ตีพิมพ์ใน ERJ 2003; 22: 1026-1041

การรับรองมาตรฐาน

Health Canada, CE Mark, ARTG (Australia)

ช่องเชื่อมต่อ

Power supply port, Ethernet port

ผู้ผลิต / แบรนด์

GANSHORN (powered by Thorasys) – Schiller Group

  • ควรใช้งานโดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมการใช้งานอุปกรณ์แล้วเท่านั้น
  • ฟิลเตอร์กรองเชื้อ (bacterial/viral filter) เป็นอุปกรณ์ใช้ครั้งเดียว ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (cross-contamination) ระหว่างผู้ป่วย
  • ควรทำการคาลิเบรทเครื่องอย่างสม่ำเสมอตามรอบที่กำหนด เพื่อความแม่นยำของผลตรวจ
  • ใช้เฉพาะอุปกรณ์เสริมและวัสดุสิ้นเปลืองที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตเท่านั้น
  • ผลการตรวจควรได้รับการแปลผลและพิจารณาร่วมกับอาการทางคลินิกโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ ไม่ควรใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว