ASTAR Physio MG
เป็นเครื่องมือทางกายภาพบำบัดโดยใช้สนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ ซึ่งสร้างขึ้นจากหัวส่งพลังงานเฉพาะทาง (applicators) เพื่อใช้ในการบำบัดและฟื้นฟูร่างกาย โดยการกระตุ้นเนื้อเยื่อภายในร่างกายผ่านคลื่นสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ ลดอาการปวดเรื้อรังและเฉียบพลันในกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูก และส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง เพื่อช่วยในกระบวนการฟื้นฟูและการรักษา
ข้อบ่งใช้
การบำบัดด้วยสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ (Magnetotherapy) เป็นวิธีการทางกายภาพบำบัดที่ใช้กันแพร่หลายและปลอดภัย ไม่เจ็บปวด โดยทั่วไปแพทย์และนักกายภาพบำบัดมักใช้รักษาภาวะและอาการดังต่อไปนี้
- กระดูกหัก รวมถึงกระดูกหักที่ติดช้าหรือไม่ติด (delayed/non-union fracture) เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูก
- โรคข้อเสื่อม (osteoarthritis) และภาวะข้อเสื่อมจากอายุ
- โรคกระดูกพรุน (osteoporosis)
- การอักเสบของข้อและเนื้อเยื่อรอบข้อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- การบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ เอ็น และเอ็นยึดข้อ (เคล็ด ขัด ยอก ฟกช้ำ)
- แผลหายช้าหรือแผลเรื้อรัง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- อาการปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดข้อ
- อาการบวมและการไหลเวียนโลหิตไม่ดีบริเวณปลายแขนปลายขา
ข้อห้ามใช้ทั่วไป: ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าฝังในร่างกาย หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ที่มีภาวะเลือดออกเฉียบพลันหรือมีแนวโน้มเลือดออกง่าย และบริเวณที่มีการติดเชื้อเฉียบพลัน ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนใช้
คุณลักษณะเฉพาะ
- เป็นเครื่องที่ให้คลื่นสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ
- หน้าจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
- ประกอบด้วย 1 ช่องสัญญาณให้การรักษา โดยสามารถเชื่อมกับอุปกรณ์ส่งคลื่นได้ ดังนี้
- CPEP โดยมีค่าการเหนี่ยวนำ 5 – 25 มิลลิเทสลา
- Solenoid CS75 โดยมีค่าการเหนี่ยวนำ 5 – 3.0 มิลลิเทสลา
- Solenoid applicator CS75 มีคุณสมบัติ ดังนี้
- มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 75 เซนติเมตร
- ออกแบบให้ติดตั้งบนรางเลื่อน (running system) ที่เชื่อมต่อกับเตียงรักษาโดยตรง
- มีไฟแสดงสถานะ (Built-in Illuminator) เพื่อบอกการทำงานของสนามแม่เหล็ก
- คลื่นแม่เหล็กมีรูปแบบทั้งหมด 8 รูปแบบ ดังนี้
Double-half rectangular, Double-half triangular, Double-half sinusoidal, Double-half pulse, Single-half rectangular, Single-half triangular, Single-half sinusoidal และSingle-half pulse
- สามารถปล่อยคลื่นได้ 2 รูปแบบ คือแบบต่อเนื่อง และแบบเป็นช่วง ตั้งแต่ 2 – 120 Hz.
- เครื่องให้คลื่นสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ มีค่า Pause time in the intermittent mode ได้แก่ 5, 1, 1.5, 3, 4, 6 และ 8 วินาที
- เครื่องให้คลื่นสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ มีค่า Pulse time in the intermittent mode แบบต่อเนื่อง หรือ 1 วินาที
- สามารถเลือกโปรแกรมการรักษาได้ 3 แบบ ได้แก่
- โปรแกรมสำเร็จรูป (Preset program)
- โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับ CS75 มากถึง 50 โปรแกรม
- โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับ CPEP มากถึง 45 โปรแกรม
- โปรแกรมการรักษาแบบตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual mode)
- โปรแกรมการรักษาที่บันทึกไว้ (User program) มีมากถึง 50 โปรแกรม
- โปรแกรมสำเร็จรูป (Preset program)
- สามารถบันทึกโปรแกรมการรักษาที่ใช้ประจำ (Favorite List) ได้
- มีปุ่มสำหรับกดเพื่อปรับระดับพลังงาน และตั้งค่าพารามิเตอร์ ประกอบไปด้วย
- ปุ่มเปิด-ปิด (Turn ON/OFF key)
- ปุ่มยกเลิกการทำงาน และย้อนกลับไปยังเมนูก่อนหน้า (Escape key)
- ปุ่มกดยืนยัน (Confirmation key)
- ปุ่มปรับค่าเพิ่ม-ลด (Edit key)
- ปุ่มเริ่มให้การรักษา (Start key)
- ปุ่มหยุดให้การรักษา (Stop key)
- สามารถตั้งเวลาในการรักษาได้ในช่วง 30 วินาที ถึง 60 นาที
- สามารถบันทึกข้อมูลการรักษาที่ใช้งานได้
ข้อมูลทั่วไป
รายการ | รายละเอียด |
รหัสสินค้า | A-UG-AST-PMG827 |
หน้าจอสัมผัสสี | 7 นิ้ว |
ช่องการรักษาอิสระ | 2 ช่อง |
ขนาดเครื่อง | 34 x 28 x 11 ซม. |
น้ำหนักเครื่อง | 7 กิโลกรัม |
แหล่งจ่ายไฟ | 230 V, 50/60 Hz |
พารามิเตอร์ด้านสนามแม่เหล็ก (Magnetotherapy)
รายการ | รายละเอียด |
ความถี่การทำงาน (หัวโซลินอยด์) | สูงสุด 120 Hz |
ความถี่การทำงาน (หัวแผ่น) | สูงสุด 140 Hz |
ช่วงความถี่ (Spectrum) | 0-50 Hz |
โหมดพัลส์เป็นช่วง | พัลส์ 1 วิ / พัก 0.5-8 วิ |
ตั้งเวลารักษาได้ | 30 วินาที – 60 นาที |
โปรแกรมการรักษาสำเร็จรูป
ประเภทโปรแกรม | จำนวน |
โปรแกรม CS35 (หัวโซลินอยด์เล็ก) | 28 โปรแกรม |
โปรแกรม CS60 (หัวโซลินอยด์กลาง) | 50 โปรแกรม |
โปรแกรม CS75 (หัวโซลินอยด์ใหญ่) | 50 โปรแกรม |
โปรแกรม CP (หัวแผ่นมีขาตั้ง) | 46 โปรแกรม |
โปรแกรม CPEP (หัวแผ่น) | 45 โปรแกรม |
โปรแกรม Dual Mode (ใช้ 2 หัวพร้อมกัน) | 45 โปรแกรม |
โปรแกรมสร้างเองได้ (ผู้ใช้กำหนด) | 50 โปรแกรม |
ชุดโปรแกรมต่อเนื่องที่สร้างเองได้ | 10 ชุด |
“โปรดอ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้”
ข้อห้ามใช้ (Contraindications)
ห้ามใช้เครื่อง PhysioMG บำบัดด้วยสนามแม่เหล็กในผู้ป่วยที่มีภาวะดังต่อไปนี้โดยเด็ดขาด:
- การตั้งครรภ์
- โรคเนื้องอก (มะเร็ง)
- วัณโรคระยะแพร่เชื้อ
- เบาหวานชนิดที่ 1 ในเด็กและเยาวชน
- ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (thyrotoxicosis)
- ภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
- การติดเชื้อรุนแรง
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกายชนิดอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ/pacemaker)
ผู้ป่วยที่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนการรักษา (ข้อห้ามใช้แบบสัมพัทธ์)
ผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเริ่มการรักษา และต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดตลอดการบำบัด โดยแพทย์ผู้ดูแลต้องเป็นผู้ประเมินว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการบำบัดด้วยสนามแม่เหล็กมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่:
- ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกายชนิดอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ)
- ผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) เริ่มต้นผิดปกติ
- ผู้ที่เคยมีอาการชักจากโรคลมชัก
- ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดทางระบบประสาท
หากทำการรักษาบริเวณแผลเปิด แผลกดทับ หรือแผลไฟไหม้/บาดแผลหลังการผ่าตัดที่ยังอยู่ในระยะอักเสบหรือมีของเหลวไหลซึม จะต้องปิดบริเวณที่ทำการรักษาด้วยผ้าปิดแผลปลอดเชื้อ เช่น ผ้าก๊อซ ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง
ข้อควรระวัง (Precautions / Warnings)
ข้อควรระวังทั่วไปเกี่ยวกับตัวเครื่อง
- เครื่อง PhysioMG ต้องใช้งานโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรมและมีคุณสมบัติเหมาะสมเท่านั้น
- เพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต ต้องต่อเครื่องเข้ากับปลั๊กไฟที่มีสายดิน (กราวด์) เท่านั้น
- ห้ามดัดแปลงอุปกรณ์นี้โดยเด็ดขาด
- ตำแหน่งของเตียง/เก้าอี้สำหรับบำบัดต้องอยู่ห่างจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ระบบน้ำ/ท่อระบายน้ำ และระบบทำความร้อนกลาง เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ระหว่างการรักษา
- ห้ามวางเครื่องในตำแหน่งที่ทำให้ยากต่อการถอดปลั๊กออกจากแหล่งจ่ายไฟ
- ห้ามลอกหรือถอดป้ายเตือนและฉลากที่ผู้ผลิตติดไว้บนตัวเครื่องและชิ้นส่วนที่ถอดได้
- ต้องป้องกันตัวเครื่องและอุปกรณ์สนามแม่เหล็กจากอุณหภูมิสูงและสภาพอากาศ เช่น แสงแดดโดยตรง
- ต้องตรวจสอบชิ้นส่วนที่ถอดได้เป็นประจำ สายเคเบิลหรืออุปกรณ์ที่ชำรุดต้องเปลี่ยนทันที โดยสังเกตรอยแตกของตัวเครื่อง ฉนวนที่สึกหรอ และสายเชื่อมต่อที่ชำรุด
- ห้ามให้ของเหลวเข้าไปในตัวเครื่องหรืออุปกรณ์ หากมีของเหลวเข้าไป ให้ปิดเครื่องทันที ถอดปลั๊กออกจากแหล่งจ่ายไฟ และติดต่อฝ่ายบริการ
- ห้ามปิดกั้นช่องระบายอากาศ และห้ามสอดใส่วัตถุใด ๆ เข้าไปในรูระบายอากาศ
- เตียงรองรับน้ำหนักผู้ป่วยได้สูงสุด 135 กก. ห้ามเคลื่อนย้ายเตียงขณะมีผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียง และห้ามเปลี่ยนตำแหน่งเตียงระหว่างการบำบัด
- วางอุปกรณ์ชนิดขดลวด (solenoid applicator) บนเตียงได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
- ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษขณะยกหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ชนิดขดลวด เนื่องจากมีน้ำหนักมาก
- อุปกรณ์ CPEP ไม่สามารถใช้แทนกันกับอุปกรณ์ CPE ของเครื่องบำบัดสนามแม่เหล็กรุ่นก่อนหน้า (PhysioGo, Etius) ได้
- หลังปิดเครื่องแล้ว ให้รอ 10 วินาที ก่อนเปิดเครื่องขึ้นใหม่อีกครั้ง
- ก่อนการรักษา ผู้ป่วยต้องถอดเครื่องประดับโลหะและนาฬิกาออก รวมถึงนำวัตถุที่เป็นโลหะออกจากกระเป๋าเสื้อผ้า
- ในห้องที่ติดตั้งเครื่องบำบัดสนามแม่เหล็ก ต้องกำหนดและทำเครื่องหมายเขตพื้นที่ที่มีการแผ่สนามแม่เหล็กให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศนั้น ๆ
- เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ ต้องรายงานให้ผู้ผลิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศที่ผู้ใช้หรือผู้ป่วยพำนักอยู่ทราบ
ความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานและผู้อยู่ใกล้เคียง
- ระหว่างการบำบัดบริเวณศีรษะ ผู้ป่วยต้องสวมแว่นตานิรภัย (เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มากับเครื่อง)
- ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ระหว่างอุปกรณ์เสริมสองชิ้น ยกเว้นกรณีใช้งานในโหมดคู่ (dual mode)
- ระหว่างการบำบัดด้วยสนามแม่เหล็ก บุคลากรผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงต้องอยู่ห่างจากอุปกรณ์ไม่น้อยกว่าระยะดังนี้ ห่างจากอุปกรณ์แผ่นสนามแม่เหล็กชนิดใดก็ตามอย่างน้อย 1 เมตร ห่างจากอุปกรณ์ขดลวดในแนวแกน (ตามแนวเตียง) อย่างน้อย 2 เมตร และห่างจากด้านข้างของอุปกรณ์ขดลวดอย่างน้อย 1 เมตร
- การได้รับสนามแม่เหล็กต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการระคายเคือง สมาธิลดลง ปวดศีรษะ และ/หรือมีปัญหาการนอนหลับ
ข้อควรระวังด้านการบำบัดรักษา
- เครื่องนี้ใช้ได้เฉพาะกับผู้ป่วยผู้ใหญ่เท่านั้น และผู้ป่วยต้องมีสติรู้ตัวขณะรับการรักษา
- ห้ามให้ผู้ป่วยทำการรักษาด้วยตนเองโดยลำพัง
- ห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ตามลำพังในระหว่างการรักษา
- ผู้ปฏิบัติงานต้องติดตามความรู้และข้อมูลอ้างอิงใหม่ ๆ ในขอบเขตของการบำบัดอย่างต่อเนื่อง
- ก่อนเริ่มการรักษา ต้องซักประวัติผู้ป่วยเพื่อพิจารณาข้อห้ามใช้ทั้งแบบสัมพัทธ์และแบบสมบูรณ์
- ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีข้อห้ามใช้ใด ๆ กับผู้ป่วยรายนั้น
- หากทำการรักษาบริเวณแผลเปิด แผลกดทับ หรือแผลไฟไหม้/บาดแผลหลังผ่าตัดที่ยังอยู่ในระยะอักเสบหรือมีของเหลวไหลซึม ต้องปิดบริเวณที่รักษาด้วยผ้าปิดแผลปลอดเชื้อ เช่น ผ้าก๊อซ
- ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดรุนแรง เช่น หลอดเลือดแดงที่ขาอุดตัน โรคหลอดเลือดจากเบาหวาน และภาวะเจ็บหน้าอกรุนแรง (severe angina pectoris)
- พารามิเตอร์การรักษาและตำแหน่งการวางอุปกรณ์ต้องสอดคล้องกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจหรือหายใจลำบาก ควรจัดให้อยู่ในท่านั่งหรือท่ากึ่งเอนนอน
- ขณะทำการรักษาบนเตียง ศีรษะของผู้ป่วยต้องหันไปทางหัวเตียงหรือพิงกับหัวเตียง ส่วนขาต้องหันไปทางชั้นวางของตัวเครื่อง
- ผู้ปฏิบัติงานต้องดูแลผู้ป่วยขณะนอนลงและลุกขึ้นจากเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกระแทกหรือติดกับชั้นวางเครื่องหรือตัวเครื่อง
- ไม่แนะนำให้ทำการบำบัดด้วยสนามแม่เหล็กในหญิงตั้งครรภ์
- ห้ามทำการรักษาในผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์
- ห้ามทำการรักษาในผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้ฤทธิ์สารมึนเมา
- ควรหลีกเลี่ยงการบำบัดด้วยสนามแม่เหล็กในช่วงเย็น เท่าที่เป็นไปได้ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ
- ต้องแจ้งให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับความรู้สึกร้อนที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์อาจมีความร้อนขึ้นระหว่างการทำงาน
- ระหว่างการบำบัดด้วยสนามแม่เหล็กความถี่ต่ำ ผู้ป่วยไม่ควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์หรือรังสีไอออไนซ์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ข้อควรระวังด้านสิ่งแวดล้อมและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
- ห้ามใช้เครื่องในห้องที่มีก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้ก๊าซดมสลบหรือก๊าซที่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ เช่น ไนตรัสออกไซด์ (N₂O) และออกซิเจน ในบริเวณที่ใช้เครื่อง
- วัสดุบางชนิด เช่น สำลี อาจติดไฟได้ง่ายเมื่ออิ่มตัวด้วยออกซิเจนและสัมผัสอุณหภูมิสูงที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานเครื่องตามปกติ
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องร่วมกับ หรือวางซ้อนกับอุปกรณ์อื่นที่ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เช่น เครื่องช็อตเวฟ/ไมโครเวฟไดอาเทอร์มี อุปกรณ์ผ่าตัดความถี่สูง หรือระบบ MRI เนื่องจากอาจรบกวนการทำงานของเครื่อง
- ควรใช้ชิ้นส่วนที่ถอดได้ อะไหล่ และอุปกรณ์เสริมของแท้จาก Astar เท่านั้น การใช้ชิ้นส่วนหรือสายเคเบิลอื่นที่ไม่ได้ระบุหรือจัดหาโดยผู้ผลิตอาจส่งผลให้เกิดการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหรือภูมิคุ้มกันทางแม่เหล็กไฟฟ้าลดลง
- อุปกรณ์สื่อสารความถี่วิทยุแบบพกพา (รวมถึงสายอากาศ) ควรอยู่ห่างจากทุกส่วนของเครื่อง PhysioMG อย่างน้อย 30 ซม. มิฉะนั้นประสิทธิภาพของเครื่องอาจลดลง
- อุปกรณ์ขดลวด (solenoid) อาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นระหว่างการใช้งาน โดยพื้นผิวภายนอกที่เป็นโลหะอาจสูงถึง 54°C และพื้นผิวภายในที่เป็นวัสดุหล่อขึ้นรูปอาจสูงถึง 62°C จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงเป็นเวลานาน