วงจรที่วนซ้ำไม่หยุดในสมองของผู้ป่วย OCD
ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก มีข้อเท็จจริงสำคัญที่ผู้อ่านควรทราบตั้งแต่ต้น นั่นคือ ตำแหน่งที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อย่างเป็นทางการสำหรับการรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำด้วย TMS คือบริเวณ Dorsomedial Prefrontal Cortex (dmPFC) ร่วมกับ Anterior Cingulate Cortex (ACC) โดยใช้เทคนิค Deep TMS ผ่านขดลวดชนิด H7 ไม่ใช่ Dorsolateral Prefrontal Cortex (DLPFC) ตามที่หลายแหล่งข้อมูลทั่วไปอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม DLPFC ก็เป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการรักษา OCD เช่นกัน โดยได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยแบบ Network Meta-analysis หลายฉบับ ซึ่งบางฉบับยังพบว่าการกระตุ้น DLPFC ให้ผลการรักษาที่ดีไม่แพ้ หรือในบางการวิเคราะห์อาจดีกว่า การกระตุ้น dmPFC/ACC ด้วยซ้ำ บทความนี้จะอธิบายทั้งสองตำแหน่งอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมของการรักษา OCD ด้วย TMS ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน
โรคย้ำคิดย้ำทำเป็นความผิดปกติทางจิตเวชที่ผู้ป่วยมีความคิดซ้ำ ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ (Obsessions) ร่วมกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ทำเพื่อลดความกังวลจากความคิดนั้น (Compulsions) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน แม้การรักษาหลักในปัจจุบันจะเป็นยากลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) ร่วมกับจิตบำบัดแบบ Exposure and Response Prevention (ERP) แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ราวร้อยละ 40-60 ยังคงมีอาการดื้อต่อการรักษาทั้งสองวิธีนี้ นำไปสู่ความจำเป็นในการพัฒนาวิธีการรักษาทางเลือกอย่าง TMS ขึ้นมา
วงจรประสาทที่ผิดปกติใน OCD: Cortico-Striato-Thalamo-Cortical (CSTC) Circuit
หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจ OCD ในมุมมองประสาทวิทยาศาสตร์ คือวงจรที่เรียกว่า Cortico-Striato-Thalamo-Cortical หรือ CSTC Circuit ซึ่งเชื่อมโยงระหว่างสมองส่วนหน้า (Orbitofrontal Cortex, Anterior Cingulate Cortex และ Dorsomedial Prefrontal Cortex) ผ่าน Striatum โดยเฉพาะ Caudate Nucleus ต่อไปยัง Thalamus ก่อนจะส่งสัญญาณกลับขึ้นไปยังสมองส่วนหน้าอีกครั้งเป็นวงวนที่ต่อเนื่องกัน ในผู้ป่วย OCD การศึกษาด้านการสร้างภาพสมองพบว่าวงจรนี้มีการทำงานที่มากเกินปกติ (Hyperactivity) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณ OFC, ACC และ Caudate Nucleus ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้สมองไม่สามารถ “ปิดสวิตช์” ความคิดย้ำคิดและพฤติกรรมย้ำทำได้ตามปกติ
แนวคิดเบื้องหลังการรักษาด้วย TMS คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อปรับความแรงของสัญญาณในวงจรนี้ให้กลับเข้าสู่สมดุลปกติ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นที่ dmPFC/ACC โดยตรงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจร หรือการกระตุ้นที่ DLPFC ซึ่งมีเส้นใยประสาทเชื่อมต่อทางอ้อมกับวงจร CSTC ผ่านโครงสร้างสมองอื่น ๆ
ตำแหน่งเป้าหมายในการรักษา OCD ด้วย TMS
dmPFC และ ACC: ตำแหน่งที่ได้รับการรับรองจาก FDA
ในปี ค.ศ. 2018 องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้อนุมัติการใช้ Deep TMS สำหรับรักษา OCD โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุมขนาดใหญ่ของ Carmi และคณะ (2019) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Psychiatry การศึกษานี้ดำเนินการในผู้ป่วย 99 รายจาก 11 ศูนย์วิจัย ใช้เทคนิค Deep TMS ผ่านขดลวดชนิด H7 กระตุ้นบริเวณ Medial Prefrontal Cortex ร่วมกับ Anterior Cingulate Cortex ด้วยความถี่สูง 20 เฮิรตซ์ ทุกวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ร่วมกับการกระตุ้นด้วยงานกระตุ้นอาการ (Symptom Provocation Task) ก่อนแต่ละครั้ง ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับการกระตุ้นจริงมีคะแนน Yale-Brown Obsessive Compulsive Scale (Y-BOCS) ลดลงเฉลี่ย 6.0 คะแนน เทียบกับกลุ่มหลอกที่ลดลงเพียง 3.3 คะแนน และมีอัตราการตอบสนองต่อการรักษาร้อยละ 38.1 เทียบกับร้อยละ 11.1 ในกลุ่มหลอก
พารามิเตอร์มาตรฐานที่ FDA รับรองสำหรับ Deep TMS ในการรักษา OCD ประกอบด้วยการกระตุ้น 2,000 พัลส์ต่อครั้ง ที่ความถี่ 20 เฮิรตซ์ แบ่งเป็นชุดกระตุ้น (Train) ยาวครั้งละ 2 วินาที สลับกับช่วงพัก 20 วินาที รวม 50 ชุดต่อครั้ง ที่ความเข้มข้น 100 เปอร์เซ็นต์ของ Resting Motor Threshold เป็นเวลาทั้งหมด 30 ครั้งการรักษา
DLPFC: ตำแหน่งทางเลือกที่มีหลักฐานสนับสนุนแข็งแกร่ง
แม้ DLPFC จะไม่ใช่ตำแหน่งที่ FDA รับรองอย่างเป็นทางการสำหรับ OCD แต่ก็เป็นตำแหน่งที่ถูกศึกษามาอย่างยาวนานที่สุดตำแหน่งหนึ่ง นับตั้งแต่การศึกษาบุกเบิกของ Greenberg และคณะ (1997) ที่พบว่าการกระตุ้น Right DLPFC ด้วย rTMS ความถี่สูงเพียงครั้งเดียว สามารถลดความรู้สึกอยากทำพฤติกรรมย้ำทำ (Compulsive Urge) ลงได้ชั่วคราวในผู้ป่วย OCD แม้จะเป็นการศึกษาขนาดเล็กและผลอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแนวคิดการใช้ TMS รักษา OCD
งานวิจัยแบบ Network Meta-analysis ที่สำคัญอย่างของ Fitzsimmons และคณะ ซึ่งวิเคราะห์เปรียบเทียบวิธีการกระตุ้นสมองแบบไม่รุกล้ำหลากหลายรูปแบบสำหรับ OCD พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า การกระตุ้นความถี่ต่ำที่ Pre-Supplementary Motor Area (Pre-SMA) การกระตุ้นความถี่สูงที่ Bilateral DLPFC และการกระตุ้นความถี่ต่ำที่ Right DLPFC ต่างมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าการกระตุ้น Deep TMS ที่ Bilateral dmPFC ในการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่ท้าทายความเข้าใจทั่วไปที่มักให้ความสำคัญกับ dmPFC/ACC เป็นหลัก และสะท้อนให้เห็นว่า DLPFC ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีคุณค่าทางคลินิกอย่างมากสำหรับ OCD โดยเฉพาะในสถานพยาบาลที่ไม่มีขดลวด Deep TMS ชนิด H7
ข้อดีเชิงปฏิบัติของการใช้ DLPFC คือสามารถใช้ขดลวดมาตรฐานชนิด Figure-of-8 ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในคลินิก TMS ส่วนใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องมีขดลวด H7 ชนิดพิเศษซึ่งมีราคาสูงและหาได้ยากกว่า ทำให้ DLPFC เป็นตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าในทางปฏิบัติสำหรับคลินิกหลายแห่ง
Pre-SMA: ตำแหน่งเสริมที่น่าสนใจ
นอกจาก dmPFC/ACC และ DLPFC แล้ว บริเวณ Pre-Supplementary Motor Area หรือ Pre-SMA ก็เป็นอีกตำแหน่งหนึ่งที่มีการศึกษาสนับสนุน โดยเชื่อว่า Pre-SMA มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการยับยั้งพฤติกรรม (Response Inhibition) ซึ่งเป็นกระบวนการที่บกพร่องในผู้ป่วย OCD การกระตุ้นด้วยความถี่ต่ำที่ตำแหน่งนี้จึงอาจช่วยเสริมความสามารถในการยับยั้งพฤติกรรมย้ำทำได้ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้ยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและมีหลักฐานทางคลินิกที่จำกัดกว่าสองตำแหน่งข้างต้น
สรุปเปรียบเทียบตำแหน่งเป้าหมายทั้งสาม
- dmPFC/ACC (Deep TMS, H7 Coil): ตำแหน่งที่ FDA รับรองอย่างเป็นทางการ (ค.ศ. 2018) อ้างอิงจากงานวิจัยของ Carmi et al. (2019) ความถี่ 20 เฮิรตซ์ 30 ครั้งการรักษา
- DLPFC (Standard Figure-of-8 Coil): ตำแหน่งทางเลือกที่มีหลักฐานยาวนาน ทั้งความถี่สูงแบบ Bilateral และความถี่ต่ำที่ Right DLPFC บางการวิเคราะห์พบว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า dmPFC/ACC
- Pre-SMA: ตำแหน่งเสริมที่เน้นการกระตุ้นความถี่ต่ำ เพื่อเสริมกลไกการยับยั้งพฤติกรรม หลักฐานยังมีจำกัดกว่าสองตำแหน่งข้างต้น
กลไกการออกฤทธิ์ของ TMS ต่อวงจร OCD
ไม่ว่าจะกระตุ้นที่ตำแหน่งใด กลไกหลักที่เชื่อว่า TMS ช่วยบรรเทาอาการ OCD คือการปรับความแรงของสัญญาณในวงจร CSTC ที่ทำงานมากเกินปกติให้กลับเข้าสู่สมดุล การกระตุ้นที่ dmPFC/ACC โดยตรงจะส่งผลต่อวงจรนี้โดยตรง เนื่องจากทั้งสองบริเวณเป็นส่วนหนึ่งของวงจร CSTC เอง ขณะที่การกระตุ้นที่ DLPFC จะส่งผลทางอ้อมผ่านเส้นใยประสาทที่เชื่อมต่อ DLPFC กับ Striatum และโครงสร้างอื่น ๆ ในวงจร ซึ่งอาจช่วยปรับการควบคุมความคิดและพฤติกรรมแบบ Top-down ให้ทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสมมติฐานที่เชื่อมโยงกับการปรับสมดุลสารสื่อประสาทกลูตาเมตและ GABA ในบริเวณที่ถูกกระตุ้น ซึ่งคล้ายคลึงกับกลไกที่พบในการรักษาภาวะซึมเศร้าด้วย TMS ที่ DLPFC เช่นกัน
ความปลอดภัยและข้อควรระวัง
การรักษา OCD ด้วย TMS โดยรวมมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการปวดศีรษะเล็กน้อยหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณที่กระตุ้นชั่วคราว ซึ่งมักหายไปเองภายในเวลาสั้น ๆ จากการศึกษาของ Carmi และคณะ ไม่พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรง (Serious Adverse Events) ในกลุ่มที่ได้รับ Deep TMS แต่อย่างใด เช่นเดียวกับการศึกษาขนาดเล็กอื่น ๆ ที่ใช้ DLPFC เป็นตำแหน่งกระตุ้น อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามทั่วไปของ TMS ยังคงใช้บังคับ เช่น ผู้ป่วยที่มีโลหะฝังในกะโหลกศีรษะ ผู้ป่วยโรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้ และผู้ป่วยที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจบางประเภท
นัยสำคัญสำหรับแพทย์และทีมสหวิชาชีพ
แม้โรค OCD จะเป็นภาวะทางจิตเวชที่อยู่ในความดูแลหลักของจิตแพทย์ แต่นักกายภาพบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์สหวิชาชีพก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการ OCD ร่วมกับภาวะอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติของการเคลื่อนไหวแบบ Tic หรือ Tourette Syndrome ซึ่งพบร่วมกับ OCD ได้บ่อย ความเข้าใจเรื่องกลไกและตำแหน่งการรักษาด้วย TMS จะช่วยให้ทีมสหวิชาชีพสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยและครอบครัว ลดความสับสนเรื่องตำแหน่งการรักษาที่มักถูกเข้าใจผิด และสามารถประสานงานส่งต่อผู้ป่วยไปยังทีมจิตเวชที่เชี่ยวชาญด้าน Neuromodulation ได้อย่างเหมาะสมเมื่อการรักษาด้วยยาและจิตบำบัดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
บทสรุป
การรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำด้วย TMS เป็นตัวอย่างที่ดีของความซับซ้อนในการแปลผลงานวิจัยทางคลินิก เนื่องจากตำแหน่งที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก FDA คือ dmPFC ร่วมกับ ACC ผ่านเทคนิค Deep TMS ไม่ใช่ DLPFC ตามที่มักเข้าใจกัน แต่ DLPFC ก็ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากงานวิจัยหลายฉบับ รวมถึง Network Meta-analysis ที่พบว่าในบางการวิเคราะห์ DLPFC ให้ผลการรักษาที่ดีกว่า dmPFC/ACC เสียอีก ทั้งสองตำแหน่งต่างมุ่งปรับสมดุลของวงจร Cortico-Striato-Thalamo-Cortical ที่ทำงานผิดปกติในผู้ป่วย OCD แม้จะผ่านกลไกที่แตกต่างกัน ความเข้าใจที่ถูกต้องและครบถ้วนในเรื่องนี้จึงเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วย OCD ในเวชปฏิบัติ
เอกสารอ้างอิง (References)
Michlovitz, S. L. (2011). Modalities for Therapeutic Intervention (5th ed.). F.A. Davis Company.
Carmi, L., Tendler, A., Bystritsky, A., Hollander, E., Blumberger, D. M., Daskalakis, J., Ward, H., Lapidus, K., Goodman, W., Casuto, L., Feifel, D., Barnea-Ygael, N., Roth, Y., Zangen, A., & Zohar, J. (2019). Efficacy and safety of deep transcranial magnetic stimulation for obsessive-compulsive disorder: A prospective multicenter randomized double-blind placebo-controlled trial. American Journal of Psychiatry, 176(11), 931–938. https://doi.org/10.1176/appi.ajp.2019.18101180
Fitzsimmons, S. M. D. D., van der Werf, Y. D., van Campen, A. D., Arns, M., Sack, A. T., Hoogendoorn, A. W., & van den Heuvel, O. A. (2022). Non-invasive brain stimulation for obsessive-compulsive disorder: A systematic review and network meta-analysis. Clinical Psychology Review, 94, 102159. https://doi.org/10.1016/j.cpr.2022.102159
Greenberg, B. D., George, M. S., Martin, J. D., Benjamin, J., Schlaepfer, T. E., Altemus, M., Wassermann, E. M., Post, R. M., & Murphy, D. L. (1997). Effect of prefrontal repetitive transcranial magnetic stimulation in obsessive-compulsive disorder: A preliminary study. American Journal of Psychiatry, 154(6), 867–869. https://doi.org/10.1176/ajp.154.6.867
Nakamae, T., Sakai, Y., Abe, Y., Nishida, S., Fukui, K., Yamada, K., Kuwabara, H., Mimura, M., Tsubota, M., & Narumoto, J. (2022). Effectiveness of deep transcranial magnetic stimulation targeting the bilateral dorsomedial prefrontal cortex and anterior cingulate cortex in obsessive-compulsive disorder: An open-label case series. Frontiers in Psychiatry, 13, 952976. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9605577
Lefaucheur, J. P., Aleman, A., Baeken, C., Benninger, D. H., Brunelin, J., Di Lazzaro, V., Filipović, S. R., Grefkes, C., Hasan, A., Hummel, F. C., Jääskeläinen, S. K., Langguth, B., Leocani, L., Londero, A., Nardone, R., Nguyen, J. P., Nyffeler, T., Oliveira-Maia, A. J., Oliviero, A., … Ziemann, U. (2020). Evidence-based guidelines on the therapeutic use of repetitive transcranial magnetic stimulation (rTMS): An update (2014–2018). Clinical Neurophysiology, 131(2), 474–528. https://doi.org/10.1016/j.clinph.2019.11.002