Ultrasound therapy การรักษาด้วยอัลตราซาวด์

January 31, 2025
img66n358t424 Prapatsorn Medical เครื่องมือกายภาพบำบัด และตรวจปอด

การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์คืออะไร

อัลตราซาวด์คือคลื่นเสียงที่มีความถี่ในช่วง 20 kHz – 1 GHz ซึ่งเป็นความถี่ที่สูงเกินกว่าที่มนุษย์จะได้ยินได้ โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์สามารถได้ยินเสียงในช่วงความถี่ระหว่าง 16 – 20,000 Hz แต่สำหรับสัตว์บางประเภท เช่น ค้างคาว โลมา และสุนัข จะสามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงกว่าได้ สำหรับการบำบัดด้วยอัลตราซาวด์นั้น โดยส่วนใหญ่จะใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่ 1 MHz และ 3 MHz

ผลลัพธ์เชิงบวกจากการใช้อัลตราซาวด์ในกระบวนการบำบัด ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดทั่วโลก

คลื่นอัลตราซาวด์ส่งผลต่อเนื้อเยื่อในหลายมิติ ทั้งทางกลไก (ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การนวดเนื้อเยื่อภายใน”) ทางความร้อน ทางชีวภาพ และทางเคมี อิทธิพลของคลื่นอัลตราซาวด์ที่มีต่อร่างกายทำให้การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์เป็นวิธีการกายภาพบำบัดที่ยอดเยี่ยม ซึ่งให้ผลลัพธ์ทั้งในระดับเฉพาะที่และระดับทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรักษาด้วยอัลตราซาวด์ได้รับการยอมรับอย่างสูงในด้านผลการบำบัดที่ดีเยี่ยม เช่น การลดความเจ็บปวดและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

 

คลื่นอัลตราซาวด์ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อที่มีคอลลาเจน เช่น แผลเป็น เอพโพนูโรซิส เอ็นกล้ามเนื้อ เอ็นยึด และแคปซูลข้อต่อ นอกจากนี้ยังช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลและลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในกายภาพบำบัดด้านกีฬา เนื่องจากช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อหลังจากการใช้งานหนักหรือบาดเจ็บ รวมถึงช่วยบรรเทาอาการตึงตัวและพังผืดในกล้ามเนื้อ การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์เป็นกระบวนการที่ไม่เจ็บปวด โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที

การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์ช่วยผู้ป่วยอย่างไร

การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์มีผลหลากหลายต่อเนื้อเยื่อ ในแง่มุมที่มองเห็นได้ การบำบัดนี้ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพในกรณีของอาการตะคริว แผลเป็น ภาวะบวมน้ำเหลือง และการอักเสบ ประสิทธิภาพของการบำบัดเกิดจากการทำงานในระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ เช่น การกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่ (angiogenesis) เพิ่มการไหลเวียนโลหิตระดับจุลภาคและการให้ออกซิเจนแก่เซลล์ กระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีน DNA และ ATP เพิ่มความเข้มข้นของคอลลาเจน และปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (เซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน) และออสทีโอบลาสต์ (เซลล์สร้างกระดูก)

นอกจากนี้ Sonotherapy ยังถูกนำมาใช้ในเวชศาสตร์ความงามและเครื่องสำอาง โดยเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดเซลลูไลต์และไขมันส่วนเกินอีกด้วย

img34n176t210 Prapatsorn Medical เครื่องมือกายภาพบำบัด และตรวจปอด
img72n744t816 Prapatsorn Medical เครื่องมือกายภาพบำบัด และตรวจปอด

การใช้การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์ การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์ใช้รักษาโรคใดบ้าง

การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์มีข้อบ่งชี้ในการรักษาโรคและภาวะต่าง ๆ ดังนี้:

  •  โรคเสื่อมของกระดูกสันหลังและข้อต่อ
  • อาการตึงของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เอ็น และกล้ามเนื้อ
  • อาการปวดเส้นประสาท (Sciatica)
  •  การอักเสบเรื้อรัง
  • อาการปวดจากสาเหตุต่าง ๆ และอาการประสาทอักเสบ (Neuralgia)
  •  การสร้างกระดูกใหม่หลังการหัก
  •  โรครูมาติก
  •  การฝ่อของเนื้อเยื่อจากโรคซูเด็ค
  •  ความเสียหายของเนื้อเยื่อ
  •  ภาวะบวมน้ำเหลืองและฟกช้ำ
  • การเกิดสปอร์ที่ส้นเท้า (Calcaneal spur)
ข้อห้ามในการใช้การบำบัดด้วยอัลตราซาวด์ประกอบด้วย โรคมะเร็ง การตั้งครรภ์ การมีอวัยวะเทียมโลหะ และภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด การตัดสินใจว่า ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาหรือไม่นั้น จะทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ หลังจากการสอบถามข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยอย่างครบถ้วน

Reference

https://astar.eu/ultra-sound-therapy

Related Posts

คอยล์ TMS ในลักษณะต่างๆ ในการกระตุ้นสมอง

June 13, 2026
คอยล์ TMS เป็นหัวใจสำคัญของระบบ Transcranial Magnetic Stimulation ที่กำหนดคุณภาพของการกระตุ้นสมอง ความแตกต่างระหว่างคอยล์รูปเลข 8 และคอยล์วงกลมไม่ได้อยู่เพียงแค่รูปร่างภายนอก แต่ส่งผลโดยตรงต่อความลึก ความแม่นยำ และความเจ็บปวดของผู้ป่วย บทความนี้รวบรวมงานวิจัยล่าสุดเพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเลือกใช้คอยล์ได้อย่างเหมาะสม

การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก​ TMS : เทคโนโลยีขดลวด Butterfly Coil หรือ Figure-8

June 13, 2026
Butterfly Coil หรือที่รู้จักในชื่อ Figure-of-Eight Coil คือขดลวดแม่เหล็กรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในเครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial Magnetic Stimulation หรือ TMS) ขดลวดชนิดนี้มีลักษณะเป็นวงกลมสองวงประกบกันคล้ายปีกผีเสื้อ เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สนามแม่เหล็กจากวงทั้งสองจะรวมกันบริเวณกึ่งกลาง ทำให้เกิดสนามไฟฟ้าที่เฉพาะเจาะจงและแม่นยำกว่าขดลวดแบบวงกลมธรรมดา เหมาะสำหรับการกระตุ้นสมองในบริเวณที่ต้องการรักษาโดยไม่รบกวนเนื้อสมองโดยรอบ ปัจจุบัน Butterfly Coil ได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็น Quadruple Butterfly Coil (QBC) ที่มีความแม่นยำสูงขึ้น 11.6% เหมาะกับการรักษาโรคซึมเศร้า โรคปวดหัวไมเกรน และโรคย้ำคิดย้ำทำ

tES (Transcranial Electrical Stimulation) คืออะไร : จากพื้นฐานสู่การประยุกต์ใช้ทางคลินิก

June 13, 2026
Transcranial Electrical Stimulation หรือ tES คือเทคนิคการกระตุ้นสมองแบบไม่รุกล้ำที่ส่งกระแสไฟฟ้าขนาดอ่อน (1–2 mA) ผ่านขั้วไฟฟ้าบนหนังศีรษะเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานของสมองโดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฝังอุปกรณ์ใด ๆ เทคนิคนี้แบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ tDCS ที่ใช้กระแสตรงเพื่อเพิ่มหรือลด excitability ของเซลล์ประสาท และ tACS ที่ใช้กระแสสลับเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับจังหวะการสั่นของสมองตามธรรมชาติ ด้วยต้นทุนต่ำ พกพาสะดวก และมีความปลอดภัยสูง tES จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงสุดในการรักษาโรคระบบประสาท โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคลมชักที่ดื้อต่อยา ซึ่งการศึกษาทางคลินิกพบว่าสามารถลดความถี่การชักได้เฉลี่ยมากกว่า 40%