Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 3: กระแสบำบัดเฉพาะชนิดและหลักการตัดสินใจ

June 25, 2026

Russian CurrentHVPCInterferential CurrentMicrocurrent (LIDC) — Biphasic Pulsed Currents — The Bottom Line for Electrotherapy

Physiogo.Lite .ELECTRO Prapatsorn Medical เครื่องมือกายภาพบำบัด และตรวจปอด

ตอนที่ 3 นี้เป็นการนำหลักการฟิสิกส์ไฟฟ้า (ตอนที่ 1) และความเข้าใจเรื่อง waveform กับผลทางสรีรวิทยา (ตอนที่ 2) มาประยุกต์ใช้กับกระแสบำบัดเฉพาะชนิดที่ใช้ในทางคลินิก แต่ละกระแสถูกออกแบบโดยอาศัยหลักการที่เฉพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายทางคลินิกที่แตกต่างกัน

ติดตามตามอ่านได้ที่

Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 1
Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 2
Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 3

ภาพรวมกระแสบำบัดเฉพาะชนิด

กระแส

ลักษณะเฉพาะ

ข้อบ่งชี้หลัก

จุดเด่น

Russian Current

AC 2,500 Hz burst ที่ 50 Hz; duty 50%

NMES เพิ่มความแข็งแรง โดยเฉพาะ post-op quadriceps

สบายกว่า low-freq NMES; กระตุ้น type II fiber ได้ดี

HVPC

PC monophasic, >100 V, <100 µs phase

Wound healing, edema, ลดปวด

ไม่เกิด chemical burn แม้ DC-like waveform

IFC

AC สองวงจร ~4,000 Hz ± 1-150 Hz beat

ลดปวดลึก, edema, กล้ามเนื้อลึก

ผ่านผิวหนังสบาย กระตุ้นลึกโดยไม่เจ็บ

LIDC / Microcurrent

DC < 1 mA (microampere range)

Wound healing, soft tissue repair

ใกล้เคียง bioelectric signal ของร่างกาย

Symmetric Biphasic PC

Biphasic สมมาตร net charge = 0

NMES ทั่วไป, TENS — ปลอดภัยสูงสุด

ไม่สะสมประจุ ลด skin irritation

Asymmetric Biphasic PC

Biphasic ไม่สมมาตร net charge ≈ 0 (minor DC)

NMES เฉพาะทาง เช่น FES บางรุ่น

ระวังสะสม minor DC ในระยะยาว

 

1. Russian Current

Russian Current ถูกพัฒนาโดย Dr. Yakov Kots ในยุค 1970 เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของนักกีฬาโซเวียต โดยอาศัย AC ที่ความถี่ 2,500 Hz ซึ่งผ่านผิวหนังได้ง่าย จากนั้น modulate ให้ส่งพลังงานเป็น burst 50 Hz (10 ms on / 10 ms off) เพื่อสร้าง smooth tetanic contraction ที่ผู้ป่วยทนได้ดีกว่า low-frequency NMES ที่ระดับ amplitude เดียวกัน

กลไกที่ทำให้ Russian Current มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความแข็งแรงคือ high carrier frequency (2,500 Hz) ลด skin impedance ทำให้กระแสที่เจาะลึกสู่กล้ามเนื้อมีปริมาณสูงกว่า ผลคือ recruitment ของ motor unit จำนวนมากกว่า รวมถึง type II (fast-twitch) muscle fiber ซึ่งยากต่อการ recruit ด้วยวิธีอื่น ผลนี้ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยหลายชิ้นว่าสามารถเพิ่ม quadriceps torque ได้อย่างมีนัยสำคัญในผู้ป่วยหลังผ่าตัดเข่า

พารามิเตอร์มาตรฐาน Russian Current

•     Carrier frequency: 2,500 Hz (AC)

•     Burst frequency: 50 bursts/วินาที (50 Hz effective stimulation rate)

•     Burst duty cycle: 50% (10 ms on : 10 ms off ภายในแต่ละ burst)

•     Treatment On:Off cycle: 10 วินาที on / 50 วินาที off (เริ่มต้น) ปรับเป็น 10:10 เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น

•     Intensity: ระดับ strong motor contraction ที่ผู้ป่วยทนได้ — ยิ่งแรงยิ่งเพิ่ม strength ได้ดีกว่า

•     ระยะเวลา/ความถี่: 15 นาที, 3-5 ครั้ง/สัปดาห์, 4-6 สัปดาห์

 

2. High-Volt Pulsed Current (HVPC)

HVPC เป็น monophasic pulsed current ที่มีแรงดันสูง (150-500 V) และ phase duration สั้นมาก (< 100 µs) ทำให้ charge per pulse และ average current ต่ำมาก (< 1.5 mA) คุณสมบัตินี้ทำให้ HVPC ผ่านผิวหนังได้ดีและกระตุ้นเนื้อเยื่อลึก โดยไม่ก่อให้เกิด electrochemical burns แม้จะมีลักษณะคล้าย DC (monophasic)

เหตุที่ HVPC ไม่ก่อให้เกิด chemical burn แม้จะเป็น monophasic เพราะ phase duration สั้นมาก ทำให้ charge per pulse ต่ำมากจนปฏิกิริยาเคมีที่ขั้วไม่มีเวลาสะสมเพียงพอที่จะสร้างความเสียหาย คุณสมบัตินี้ทำให้ HVPC เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ wound healing เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากขั้วไฟฟ้าได้โดยไม่เสี่ยงต่อ chemical injury

การเลือกขั้วใน HVPC Wound Healing

การเลือกขั้ว

กลไกและข้อบ่งชี้

Cathode (−) — Wound healing phase 2+

Proliferation phase: กระตุ้น fibroblast migration, epithelialization, collagen synthesis

Anode (+) — Wound healing phase 1

Inflammatory phase: ลดบวมเฉียบพลัน, bacteriostatic effect ยับยั้ง S. aureus และ P. aeruginosa

Cathode (−) — Edema reduction

Protein repulsion ลดการซึมผ่านของหลอดเลือด ลดบวมจาก soft tissue injury

Alternating poles — Wound chronically stuck

สลับขั้วระหว่าง session เพื่อป้องกัน accommodation และกระตุ้น healing cycle ซ้ำ

 

HVPC Parameters สำหรับ Edema Reduction

•     Pulse rate: 80-120 pps (high-rate เพื่อ smooth muscle contraction ใน lymphatic vessels)

•     Intensity: sensory ถึง sub-motor level (ไม่ต้องการ muscle contraction แรงๆ)

•     Polarity: Cathode (−) เหนือ edema

•     Duration: 20-30 นาที, 2 ครั้ง/วัน ในระยะเฉียบพลัน

•     ยกระดับอวัยวะร่วมด้วยเสมอเพื่อเสริมผล gravity drainage

 

3. Interferential Current (IFC)

IFC อาศัยการนำ AC สองวงจรที่ความถี่ต่างกันเล็กน้อย (เช่น 4,000 Hz และ 4,001-4,150 Hz) เข้าสู่เนื้อเยื่อพร้อมกัน เมื่อคลื่นทั้งสอง interference กันในเนื้อเยื่อ จะเกิดคลื่นผลลัพธ์ที่มี beat frequency เท่ากับผลต่างของความถี่ (เช่น 1-150 Hz) ซึ่งเป็นความถี่ที่มีผลทางคลินิก การที่ carrier frequency สูง (4,000 Hz) ทำให้ผ่านผิวหนังได้ง่ายมาก (Xc ต่ำ) ผู้ป่วยจึงรู้สึกสบายกว่า TENS ความถี่ต่ำในระดับ intensity เดียวกัน

3.1 Quadripolar IFC — บริเวณที่คลื่น Interference จริง

ในการตั้ง IFC แบบ quadripolar ใช้ electrode 4 ตัว (2 วงจร วงจรละ 2 ตัว) วางเป็นรูปสี่เหลี่ยมรอบบริเวณที่รักษา โดยสองวงจรตั้งฉากกัน บริเวณที่คลื่นทั้งสองรวมกัน (interference zone) จะอยู่ลึกในเนื้อเยื่อตรงกลาง ทำให้สามารถกระตุ้นเนื้อเยื่อลึกได้โดยไม่ต้องเพิ่ม intensity สูง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบหลักของ IFC เหนือ TENS ทั่วไป เหมาะกับข้อต่อขนาดใหญ่ เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก และไหล่

3.2 Premodulated (Bipolar) IFC

IFC แบบ premodulated ทำการ modulate คลื่นก่อนออกจากเครื่องและใช้ electrode เพียง 2 ตัว ทำให้ใช้งานง่ายกว่า quadripolar แต่ไม่มีบริเวณ interference zone ที่อยู่ลึกในเนื้อเยื่อจริง ผลใกล้เคียงกับ medium-frequency NMES หรือ TENS ความถี่กลาง เหมาะกับบริเวณที่ไม่สะดวกวาง 4 electrode เช่น บริเวณแคบหรือมีรูปร่างซับซ้อน

3.3 Sweep (Scan) Mode ใน IFC

เครื่อง IFC สมัยใหม่มักมีโหมด sweep ที่เปลี่ยน beat frequency อัตโนมัติระหว่างช่วงที่กำหนด เช่น sweep 1-100 Hz เพื่อลด nerve accommodation ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ modulation แก้ใน TENS โดย beat frequency ที่เปลี่ยนตลอดเวลาทำให้เส้นประสาทไม่คุ้นชินและตอบสนองดีขึ้นตลอดการรักษา

3.4 การเลือก Beat Frequency ตามเป้าหมายทางคลินิก

Beat Frequency

ผลทางสรีรวิทยา

ข้อบ่งชี้

1-10 Hz

Endorphin release, muscle re-education

ลดปวดเรื้อรัง, กระตุ้นกล้ามเนื้ออ่อนแรง

10-50 Hz

Motor contraction ปานกลาง-สูง

Muscle strengthening, edema reduction

50-100 Hz

Gate Control pain relief

ลดปวดเฉียบพลัน, post-surgical edema

100-150 Hz

Sensory-level gate control สูงสุด

ลดปวดเฉียบพลัน ไม่ต้องการ muscle contraction

 

IFC vs TENS: เลือกอย่างไร?

•     IFC จาก quadripolar เหมาะกว่าเมื่อ: เนื้อเยื่อเป้าหมายลึก (ข้อต่อ กล้ามเนื้อลึก), ผู้ป่วยไวต่อความรู้สึกที่ผิวหนัง, ต้องการ intensity สูงแต่ผิวหนังบอบบาง

•     TENS เหมาะกว่าเมื่อ: เนื้อเยื่อตื้น, ต้องการความแม่นยำของ waveform parameter, ใช้ที่บ้าน

•     ไม่มีชนิดใด ‘ดีกว่า’ เสมอ — ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของพยาธิสภาพ

 

4. Low-Intensity Direct Current / Microcurrent (LIDC)

Microcurrent ใช้กระแสในระดับ microampere (1-999 µA) ซึ่งต่ำกว่า TENS และ NMES ทั่วไปถึง 1,000 เท่า ผู้ป่วยไม่รู้สึกถึงการกระตุ้นใดๆ แต่กระแสระดับนี้ใกล้เคียงกับ bioelectric current ที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติในกระบวนการซ่อมแซม (current of injury ~10-100 µA)

กลไกที่เสนอสำหรับ microcurrent ได้แก่ การเพิ่มการสังเคราะห์ ATP ในเซลล์ (Cheng et al. 1982 แสดงว่า 500 µA เพิ่ม ATP synthesis ได้ 500% ในขณะที่ current สูงกว่า เช่น 5 mA กลับลด ATP) การเพิ่ม protein synthesis โดยเฉพาะ collagen และการกระตุ้น amino acid uptake ในเซลล์ซ่อมแซม

ข้อบ่งชี้หลักคือ wound healing (เฉพาะแผลเรื้อรัง) และ soft tissue injury ระยะต้น โดยใช้ผ่าน moist pads หรือ probes สำหรับ point stimulation ที่ acupuncture points กระแส DC ขนาดเล็กนี้ต้องควบคุม current density ไม่เกิน 0.5 mA/cm² แม้จะใช้ current ต่ำมาก เพราะ surface area ของ probe มักเล็กมาก

Microcurrent ≠ Placebo: หลักฐานที่ควรทราบ

•     Cheng et al. (1982) แสดงใน in vitro study ว่า microcurrent (500 µA) เพิ่ม ATP synthesis ถึง 500%, amino acid transport 30-40%, protein synthesis 70% — ผลที่ current สูงกว่า (>1 mA) กลับลดผลทั้งหมดลง ยืนยันแนวคิด optimal dose

•     หลักฐานทางคลินิกสำหรับ wound healing ได้รับการยืนยันจาก RCT หลายชิ้น โดยเฉพาะแผลเรื้อรัง

•     สำคัญ: ผู้ป่วยไม่รู้สึกอะไรเลยระหว่างการรักษา อย่าเพิ่ม current เพราะ ‘ไม่รู้สึกอะไร’ — นั่นคือผลที่ต้องการ

 

5. Symmetrical และ Asymmetrical Biphasic Pulsed Currents

Biphasic pulsed current มี 2 phase ในแต่ละพัลส์ โดย phase แรกและ phase สองมีทิศทางตรงข้ามกัน ทำให้ net charge ต่อพัลส์เป็นศูนย์หรือใกล้ศูนย์ ซึ่งหลีกเลี่ยงผลทางเคมีของ DC และมีความปลอดภัยสูงสำหรับการใช้งานระยะยาว

5.1 Symmetrical Biphasic (ส่วนใหญ่ใช้ใน NMES ทางคลินิก)

ใน symmetric biphasic phase แรกและ phase สองมีรูปร่าง amplitude และ duration เท่ากันทุกประการ แต่ทิศทางตรงข้าม ทำให้ net charge = 0 อย่างสมบูรณ์ กระแสชนิดนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดใน clinical NMES เพราะ electrode ทั้งสองตัวมีสถานะเท่ากัน ทั้งสอง active สำหรับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่มี dispersion electrode concept จึงสะดวกในการจัดตำแหน่ง electrode

5.2 Asymmetrical Biphasic

Asymmetric biphasic มี phase แรกที่ขับ (larger phase) และ phase สองที่เป็น balancing phase (smaller หรือ longer duration) ทำให้ waveform ไม่สมมาตร มี minor DC component เล็กน้อย กระแสชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง preferential stimulation จาก active electrode (ที่มี larger phase) ซึ่งมีประโยชน์ใน Functional Electrical Stimulation (FES) ที่ต้องการกระตุ้นเฉพาะทิศทางกล้ามเนื้อ

ข้อระวังสำหรับ asymmetric biphasic คือ minor DC component แม้จะน้อยมาก หากใช้ intensity สูงหรือเป็นเวลานาน อาจสะสมและก่อให้เกิด mild skin irritation ในระยะยาว ควรตรวจสอบสภาพผิวหนังใต้ electrode ทุกครั้ง

6. The Bottom Line for Electrotherapy: หลักการตัดสินใจ

Chapter 9 ทั้งหมดได้สร้างความเข้าใจจากรากฐานฟิสิกส์ไฟฟ้า → waveform parameters → physiological mechanisms → specific therapeutic currents โดยทั้งหมดนี้มีจุดหมายเดียวกัน คือช่วยให้นักกายภาพบำบัดสามารถเลือกกระแสและพารามิเตอร์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางคลินิกของผู้ป่วยแต่ละราย

เป้าหมายทางคลินิก

กระแสและพารามิเตอร์ที่แนะนำ

ลดปวดเนื้อเยื่อตื้น-กลาง

Conventional TENS (80-150 Hz) หรือ IFC (bipolar, 80-150 Hz beat)

ลดปวดเนื้อเยื่อลึก (ข้อต่อ, กล้ามเนื้อลึก)

IFC quadripolar (50-100 Hz beat) — ผ่านผิวหนังสบาย เจาะลึก

ลดปวดเรื้อรัง

Acupuncture-like TENS (1-10 Hz) หรือ IFC (1-10 Hz beat) หรือ Burst TENS

เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ

Russian Current หรือ Symmetric Biphasic NMES (35-50 Hz, 200-400 µs)

Wound healing / Edema

HVPC (เลือกขั้วตามระยะ) หรือ IFC (50-100 Hz) หรือ Microcurrent

Iontophoresis (นำยา)

DC — เลือกขั้วตามประจุของยา (Cathode สำหรับ anion ยา, Anode สำหรับ cation ยา)

Muscle re-education / Post-op

Russian Current หรือ Symmetric Biphasic (duty cycle 1:5 ถึง 1:3)

 

หลักการสำคัญที่ต้องจำก่อนใช้ Electrotherapy ทุกชนิด

•     Electrotherapy เป็น adjunct ไม่ใช่ replacement — ผลดีที่สุดเสมอเมื่อบูรณาการกับ therapeutic exercise และ manual therapy

•     เริ่มจาก intensity ต่ำเสมอในครั้งแรก — ประเมินการตอบสนองก่อนเพิ่ม

•     Phase duration กำหนดชนิดเส้นใยที่กระตุ้น — Frequency กำหนดกลไกลดปวดหรือชนิด muscle contraction

•     ประเมินผลทุก 3-4 ครั้ง — หากไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ทบทวนพารามิเตอร์ก่อนเปลี่ยน modality

•     Electrode preparation สำคัญมาก — ผิวสกปรกหรือแห้งทำให้ impedance สูง กระแสกระจายไม่สม่ำเสมอ

 

บทสรุป

กระแสบำบัดเฉพาะชนิดแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักฟิสิกส์ไฟฟ้าอย่างเฉพาะเจาะจง Russian Current ใช้ medium-frequency carrier เพื่อลด skin impedance และเพิ่ม motor unit recruitment HVPC ใช้ high-voltage + ultra-short phase duration เพื่อกระตุ้นลึกโดยไม่เกิด chemical burn IFC ใช้ interference ของสองวงจร AC เพื่อสร้าง therapeutic beat frequency ลึกในเนื้อเยื่อโดยลด skin discomfort Microcurrent ใช้กระแสระดับ bioelectric เพื่อกระตุ้นกระบวนการ cellular repair โดยตรง ส่วน Biphasic currents แก้ปัญหา electrochemical charge accumulation ทำให้ NMES มีความปลอดภัยสูงในระยะยาว

ความสำเร็จของ electrotherapy ขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ การเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม การเลือกกระแสและพารามิเตอร์ที่ตรงกับเป้าหมาย และการบูรณาการกับการออกกำลังกายและการรักษาอื่นๆ ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Michlovitz, S. L. (2011). Modalities for Therapeutic Intervention (5th ed.). F.A. Davis Company.
  2. Cameron, M. H. (2018). Physical Agents in Rehabilitation: From Research to Practice (5th ed.). Elsevier.
  3. Bélanger, A. Y. (2015). Therapeutic Electrophysical Agents: Evidence Behind Practice (3rd ed.). Wolters Kluwer.
  4. Selkowitz, D. M. (1985). Improvement in isometric strength of the quadriceps femoris muscle after training with electrical stimulation. Physical Therapy, 65(2), 186–196.
  5. Cheng, N., et al. (1982). The effects of electric currents on ATP generation, protein synthesis, and membrane transport in rat skin. Clinical Orthopaedics and Related Research, 171, 264–272.
  6. Kloth, L. C., & McCulloch, J. M. (1996). Promotion of wound healing with electrical stimulation. Advances in Wound Care, 9(5), 42–45.
  7. Robinson, A. J., & Snyder-Mackler, L. (2008). Clinical Electrophysiology: Electrotherapy and Electrophysiologic Testing (3rd ed.). Lippincott Williams & Wilkins.
Related Posts

Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 3: กระแสบำบัดเฉพาะชนิดและหลักการตัดสินใจ

June 25, 2026
Russian Current ต่างจาก NMES ทั่วไปอย่างไร? IFC quadripolar กระตุ้นลึกกว่า TENS เพราะอะไร? และ Microcurrent 500 µA เพิ่ม ATP synthesis ได้ 500% จริงหรือ? บทความสุดท้ายของชุด Electrotherapy ตอบครบทุกคำถาม

Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 2: กระแส Waveform Modulation และผลทางสรีรวิทยา

June 25, 2026
Phase duration เพียงพารามิเตอร์เดียวกำหนดได้ว่าจะกระตุ้น sensory หรือ motor nerve — บทความนี้อธิบาย waveform parameters ทุกตัว กลไก Gate Control และ Endorphin อย่างละเอียด พร้อมตาราง nerve fiber ที่ใช้งานได้จริงในคลินิก

Foundations of Electrotherapy ตอนที่ 1: ภาพรวมและหลักการทางฟิสิกส์ไฟฟ้า

June 25, 2026
ทำไมผิวหนังแห้งถึงต้านทานกระแสสูง? ทำไม IFC จึงสบายกว่า TENS ที่ current เท่ากัน? คำตอบอยู่ที่ Capacitance และ Impedance ที่เปลี่ยนตามความถี่ — บทความนี้อธิบายฟิสิกส์ไฟฟ้าเบื้องหลัง Electrotherapy ทุกชนิดในภาษาที่นักกายภาพบำบัดเข้าใจได้